วันอังคารที่ 5 มิถุนายน พ.ศ. 2550

ธุรกิจ Affiliate Marketing + CPC Advertising ดี(สำหรับเจ้าของสินค้าและผู้ซื้อสินค้า)จริงหรือ?

ธุรกิจ Affiliate Marketing + CPC Advertising ฮอตฮิตอย่างมากในบ้านเราในช่วงปีที่ผ่านมา ซึ่งกระแสนี้เกิดจากหนังสือ Google Make Me Rich ของคุณตราวุทธิ์ เหลืองสมบูรณ์ หนึ่งในคนไทยที่ประสบความสำเร็จในการกอบโกยเงินจากการทำ Affiliate Marketing

เผื่อบางท่านยังไม่เคยรู้จักธุรกิจนี้มาก่อน ผมจะขออธิบายแบบสั้นๆ ครับ การทำ Affiliate Marketing คือการที่เราไปสมัครเป็นนายหน้าขายสินค้าและบริการให้กับเว็บไซต์ต่างๆ แล้วนำเว็บไซต์เหล่านั้นไปแนะนำให้กลุ่มเป้าหมายรู้จักเพื่อที่กลุ่มเป้าหมายจะได้เข้าไปสั่งซื้อสินค้า โดยที่เราในฐานะผู้แนะนำก็จะได้รับ commission ตามที่เว็บไซต์กำหนด

แต่เนื่องจากมีเว็บไซต์ที่เปิดให้คนสมัครเข้าไปทำ Affiliate Marketing ได้เป็นจำนวนมาก จึงมีผู้รวบรวมรายชื่อเว็บไซต์เหล่านั้นเอาไว้ด้วยกันเพื่อให้เกิดความสะดวก เช่น Commission Junction และมีผู้รวบรวมรายการสินค้าที่คุณสามารถนำไปโฆษณาขายต่อได้ เช่น ClickBank และ Amazon

เมื่อผู้ที่ทำธุรกิจ Affiliate Marketing เลือกเว็บไซต์หรือสินค้าที่ตัวเองสนใจได้แล้ว ก็จะนำไปโฆษณาผ่าน Cost Per Click (CPC) Advertising เช่น Google AdWords และ Yahoo! Search Marketing เมื่อมีผู้คลิกโฆษณา Affiliate Marketer ก็จะต้องจ่ายเงินค่าคลิกนั้น ถ้าผู้คลิกตัดสินใจซื้อสินค้า Affiliate Marketer ก็จะได้รับเงินค่า commission มาจากเจ้าของสินค้าอีกที

ทีนี้ก็เลยเกิดคำถามขึ้น 3 ข้อครับ

  1. ธุรกิจ Affiliate Marketing + CPC Advertising ดีสำหรับเจ้าของสินค้าจริงหรือ?
  2. ธุรกิจ Affiliate Marketing + CPC Advertising ดีสำหรับผู้ซื้อสินค้าจริงหรือ?
  3. ธุรกิจ Affiliate Marketing + CPC Advertising ดีสำหรับผู้ที่ทำธุรกิจนี้จริงหรือ?

เจ้าของสินค้า

ถ้าคุณเป็นเจ้าของสินค้า คุณอยากทำ Affiliate Marketing ไหมครับ? คุณอยากให้ใครๆ มาสมัครเป็นพนักงานขายของบริษัทคุณ โดยที่คุณไม่ต้องจ่ายเงินเดือน จะจ่ายเพียง commission เมื่อพนักงานคนนั้นสร้างยอดขายได้ไหมครับ?

ลองดูกราฟตัวนี้ครับ

eBay Revenue Graph

นี่เป็นกราฟรายได้ของ eBay สีแดงคือต้นทุนค่าขายและการตลาด สีน้ำเงินคือกำไรและต้นทุนอื่นๆ รวมกันแล้วก็คือรายได้ (ยอดขาย) ในปีนั้นๆ โดยในปี 2006 eBay มีรายได้สูงถึง 4,349 ล้านเหรียญ มีต้นทุนค่าขายและการตลาด 1,619 ล้านเหรียญ ถ้าเทียบกับปี 1996 ซึ่งเป็นปีแรกที่ eBay มีงบการเงินที่ครบรอบปี มีรายได้เพียง 18 ล้านเหรียญ ต้นทุนค่าขายและการตลาด 13 ล้านเหรียญ

ที่ผมแยกตัวเลขต้นทุนค่าขายและการตลาดออกมาให้ดู ก็เพราะว่า eBay เป็นธุรกิจที่ไม่มีต้นทุนสินค้าครับ เพราะ eBay เป็นเพียงตัวกลางในการซื้อขาย ไม่มีการสต็อกสินค้าเหมือนกับ Amazon เมื่อมีคนต้องการขายสินค้า eBay ก็จะเรียกเก็บค่าธรรมเนียม เมื่อขายสินค้าได้ eBay ก็จะเรียกเก็บ commission ขาย เรียกได้ว่ารับเงินอย่างเดียวเลย eBay จึงเป็นธุรกิจดอทคอมเพียงไม่กี่แห่งของโลกนี้ที่ไม่เคยมีผลขาดทุนเลยสักปีเดียว

ถึงแม้ว่า eBay จะไม่มีต้นทุนสินค้า แต่ก็มีค่าใช้จ่ายด้านการพัฒนาเว็บไซต์ การดูแลระบบ ซึ่งถือว่าน้อยมากเมื่อเทียบกับรายได้ และมีค่าเงินเดือนของพนักงานและผู้บริหาร เป็นค่าใช้จ่ายก้อนใหญ่พอสมควร แต่ที่สำคัญที่สุดก็คือต้นทุนค่าขายและการตลาดนี่แหละครับ

eBay Cost Percentage Graph

ผมลองพล็อตกราฟเป็นเปอร์เซ็นต์ออกมา จะเห็นได้ว่าในช่วงปี 1996 - 2000 eBay มีต้นทุนค่าขายและการตลาดโดยเฉลี่ยสูงถึง 40% ของรายได้ ขณะที่ในช่วงปี 2002 - 2006 ต้นทุนนี้อยู่ต่ำกว่า 30%

ต้นทุนค่าขายและการตลาดนี้คืออะไร? ทำไมมันถึงสูงได้ขนาดนี้ ทั้งที่ eBay ก็ไม่เห็นมีสินค้าอะไรให้ขายเลย

จริงๆ แล้วต้นทุนนี้คือค่าการตลาดและประชาสัมพันธ์ที่จะทำให้มีคนเอาสินค้าเข้ามาประมูลขายกันเยอะๆ และมีคนเข้ามาประมูลซื้อสินค้ากันเยอะๆ ครับ ซึ่งจะเห็นได้ชัดเลยว่าในช่วง 5 ปีแรก eBay ใช้เงินกับกิจกรรมการตลาดสูงถึง 40% ของรายได้ ทั้งนี้ก็เพื่อสร้าง Community ผู้ซื้อผู้ขายให้เกิดขึ้นให้ได้นั่นเอง

eBay ไม่ได้ใช้เงินเพื่อโหมโฆษณาทางโทรทัศน์หรอกนะครับ แต่ eBay เอาเงินก้อนนี้มาทำ Affiliate Marketing เป็นเงินที่จ่ายให้กับ Affiliate Marketer ผู้ที่สามารถหาคนซื้อคนขายสินค้ามาให้ eBay ได้ ถือเป็นกลยุทธ์การตลาดที่ทำให้ eBay ประสบความสำเร็จอย่างสูงเลยครับ

จากที่ผมวิเคราะห์ไว้ในบทความเรื่อง เมื่อ eBay Go Thailand ใครได้ ใครเสีย? ซึ่งผมคิดว่า Sanook eBay จะเกิดได้ยากมากเนื่องจาก Business Model สู้กับ Online Classifieds สัญชาติไทยได้ลำบาก แต่ถ้าลองคิดว่าหาก Sanook eBay ใช้ Affiliate Marketing ล่ะ? มันก็ไม่แน่นะครับ

การทำ Affiliate Marketing ไม่ได้ส่งผลดีต่อเจ้าของสินค้าในแง่ของการหาคนช่วยขายสินค้าได้แบบไม่ต้องจ่ายเงินเดือนเพียงเท่านั้น แต่ยังช่วยให้เจ้าของสินค้าสามารถควบคุมต้นทุนขายได้ด้วยครับ เจ้าของสินค้าสามารถกำหนดได้เลยว่าจะจ่าย commission ให้กับ Affiliate Marketer เป็นกี่เปอร์เซ็นต์ของยอดขาย ส่วนใหญ่มักจะอยู่ที่ 30% ทั้งนี้ก็ต้องขึ้นกับประเภทของสินค้าด้วย

การควบคุมต้นทุนขายได้ช่วยให้เจ้าของสินค้าสามารถใส่ใจกับการพัฒนาคุณภาพของสินค้าให้ดีขึ้น ปรับปรุงต้นทุนการผลิตให้ดีขึ้น การบริหารจัดการจะทำได้ง่ายขึ้นครับ

คงจะสรุปได้แล้วนะครับว่า Affiliate Marketing นั้นส่งผลดีต่อเจ้าของสินค้าขนาดไหน


ผู้ซื้อสินค้า

ถ้าคุณเป็นผู้ซื้อสินค้าและใช้ Google เพื่อค้นหาสิ่งที่คุณต้องการ จะดีไหมครับถ้าคุณพบสิ่งที่ต้องการได้ทันที

ตอนที่ผมเดินทางไปสิงคโปร์ ผมได้ใช้ Google เพื่อค้นหาโรงแรมในสิงคโปร์โดยใช้คำค้นว่า "hotel singapore" นี่คือสิ่งที่ผมได้พบครับ

Singapore Hotel in Google

และ

Singapore Hotel in Google

ถ้าเป็นแต่ก่อนที่ยังไม่มี Google และผมต้องการไปสิงคโปร์ ผมคงต้องไปค้นหาบริษัททัวร์จากหนังสือพิมพ์ แล้วโทรไปสอบถามราคา จากนั้นก็ต้องหาบริษัทอื่นๆ เพื่อหาราคาเปรียบเทียบกัน ถ้าขี้เกียจมากๆ ก็ตัดสินใจซื้อจากบริษัทแรกที่โทรไปหาเลย

แต่พอมี Google แล้ว ชีวิตก็ง่ายขึ้น เพราะผมสามารถค้นหาโรงแรมในสิงคโปร์ได้อย่างรวดเร็ว สามารถเปรียบเทียบราคาได้ด้วยตัวเอง ชีวิตยิ่งง่ายขึ้นอีกเมื่อ Google มีโฆษณาขายห้องพักปรากฎให้เห็นทันที ผมไม่ต้องไปงมหาจากผลลัพธ์การค้นหาว่ามันคือเว็บขายห้องพัก หรือว่าเป็นเพียงเว็บรวมรายชื่อโรงแรมในสิงคโปร์

Affiliate Marketing มีแนวโน้มที่จะช่วยให้ชีวิตของผู้ซื้อสินค้าง่ายขึ้นเรื่อยๆ เพราะ Affiliate Marketer จะทำหน้าที่ค้นหาสินค้าที่ขายดี ได้รับความนิยม ถูกใช้งานโดยคนจำนวนมากอยู่แล้ว มาเสนอให้ถึงหน้าจอคอมพิวเตอร์ของคุณ

ผู้บริโภคสบายขึ้นเรื่อยๆ ครับ

อ่านต่อภาคสอง ธุรกิจ Affiliate Marketing + CPC Advertising ดี(สำหรับคนทำธุรกิจนี้)จริงหรือ?

2 ความคิดเห็น:

woo กล่าวว่า...

very good idea.

zMillionDollars กล่าวว่า...

สวัสดีครับ

ขอบคุณครับที่แชร์ความรู้เกี่ยวกับ Affiliate Marketing ผมคิดว่าเป็นประโยชน์สำหรับนักธุรกิจไทยและบุคคลที่สนใจในเรื่องของการทำเงินบนโลกออนไลน์อย่างแน่นอนครับ :)

ตัวผมเองก้อเชื่ออย่างมากว่า Affiliate Marketing เป็นวิธีและแนวทางในการทำเงินได้อย่างมากมายบนโลกออนไลน์ และนักธุรกิจที่ต้องการประสบความสำเร็จกับ Affiliate Marketing Business นั้นจำเป็นจะต้องทุ่มเทแรงกายและแรงใจอย่างมากด้วยครับ

ถ้าสนใจเกี่ยวกับแนวทางที่จะช่วยให้คุณสามารถทำเงินล้านบนโลกออนไลน์ได้นั้นสามารถเข้าไปดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ http://www.zTopAffiliateMarketer.com/newsletter

สู้แล้วรวยครับ....ขอให้ประสบความสำเร็จและร่ำรวยกันนะครับ

zTopAffiliateMarketer