แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ VoIP แสดงบทความทั้งหมด
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ VoIP แสดงบทความทั้งหมด

วันอังคารที่ 26 มิถุนายน พ.ศ. 2550

โปรแกรม 30+ ตัวที่จะฆ่า Microsoft

จากการที่ Google เข้าซื้อกิจการโปรแกรมที่คล้ายกับ PowerPoint เพื่อเสริมเข้าไปในชุดออฟฟิศบนเว็บ และยังมีบริษัทเกิดใหม่นับร้อยรายที่มีบริการทุกอย่างตั้งแต่ word processor บนเว็บ ไปจนถึงระบบปฏิบัติการสมบูรณ์แบบ ทำให้ Microsoft ต้องตกอยู่ท่ามกลางเปลวเพลิง แน่นอนว่าบริษัทยังคงระรื่นอยู่ได้ในตอนนี้ แต่อีก 5 ปีหลังจากนี้ Microsoft จะต้องดิ้นรนอย่างหนักถ้าไม่ยอมปรับเปลี่ยนตัวเองสู่โลกแห่งเว็บยุคใหม่ที่รายได้ของซอฟท์แวร์มาจากค่าโฆษณา ในสัปดาห์นี้ เราได้ทดสอบบริการบางตัวที่คอยตอดเล็กตอดน้อยยักษ์ใหญ่อย่าง Microsoft โดยที่ Google เป็นผู้นำทีมตอด

เป้าหมาย: Microsoft Word

Microsoft Word Killer

Google Docs - โปรแกรม word processor ของ Google ที่ติดมากับ Google Account ของคุณ และถูกผนวกเข้ากับบริการอื่นๆ ใน Google Apps

Buzzword - โปรแกรม word processor แบบเรียบง่ายที่สร้างจาก Adobe Flex ขณะนี้ยังเป็นเบต้าอยู่

Writeboard - โดย 37signals ถูกออกแบบให้ใช้งานได้หลายคนพร้อมกัน สามารถแชร์ข้อมูลและร่วมกันแก้ไขข้อมูลได้

ThinkFree - มันคือ Microsoft Word แบบออนไลน์

เป้าหมาย: Microsoft Excel

Microsoft Excel Killer

Google Spreadsheet - อาจจะไม่หรูเท่า Excel แต่ก็มีความสามารถพื้นฐานที่ spreadsheet ควรมี เช่นเดียวกัน โปรแกรมนี้ถูกผนวกเข้ากับ Google Apps

Zoho Sheet - คล้ายๆ Excel แต่มีฟีเจอร์น้อยกว่า

EditGrid - ไม่ใช่ตัวแทน Excel แต่ก็มีกราฟ และเน้นฟีเจอร์ให้ผู้ใช้สามารถทำงานร่วมกันได้

ThinkFree Calc - มันคือ Excel แบบออนไลน์

เป้าหมาย: PowerPoint

PowerPoint Killer

Empressr - ให้คุณใส่ไฟล์ได้หลากหลายประเภท รวมถึงไฟล์ flash ด้วย... น่าประทับใจมาก

Zoho Show - เรียบง่ายมาก หน้าตาดูธรรมดา แต่เหมาะสำหรับการทำ presentation อย่างเร็วและดี

Google Presentations - ยังไม่เปิดให้บริการ แต่ Google จะเปิดตัวในเร็วๆ นี้ (ฤดูร้อนนี้)

Spresent - โปรแกรมที่ทำจาก flash และสามารถสร้าง presentation ที่เป็น flash ดูพอใช้ได้และสามารถผนวกเข้ากับ Flickr ได้ด้วย

เป้าหมาย: Outlook

Outlook Killer

Gmail - โปรแกรม mail ของ Google ที่ให้พื้นที่เกือบ 3 GB สามารถสร้าง e-mail address ให้อยู่ภายใต้ชื่อ domain ของคุณได้ฟรีถึง 25 ชื่อ

Yahoo Mail - โปรแกรม mail ของ Yahoo ที่ไม่จำกัดพื้นที่เก็บ โปรแกรมสามารถทำงานได้เร็วมาก

Zoho Mail - ฟรีสำหรับการใช้งานส่วนบุคคล คิดเงินสำหรับการใช้งานเป็นกลุ่ม มีฟีเจอร์สำหรับการใช้งานร่วมกันได้

Zimbra - โปรแกรม mail บนเว็บที่ ISP สามารถใช้เพื่อให้บริการแก่ลูกค้าได้ มีโปรแกรมปฏิทินและพื้นที่เก็บไฟล์เอกสาร และสามารถใช้ VoIP ได้ด้วย

เป้าหมาย: Outlook Calendar

Google Calendar - โปรแกรมปฏิทินแบบพื้นฐานที่ผนวกเข้ากับ Gmail

Yahoo! Calendar - โปรแกรมปฏิทินแบพื้นฐานที่ผนวกเข้ากับ Yahoo Mail

Kiko - โปรแกรมปฏิทินที่ถูกสร้างโดย Justin.tv แล้วถูกขายต่อให้ eBay จนปัจจุบันเป็นเจ้าของโดย Tucows มีฟีเจอร์เจ๋งๆ มากมาย อย่างเช่น RSS import และ contact management

30boxes - โปรแกรมปฏิทินที่เรียบง่ายอย่างน่าอัศจรรย์ เคยเป็นโปรแกรมที่ร้อนแรงที่สุดในโลกจนกระทั่ง Google Calendar เปิดตัว

เป้าหมาย: Windows Live Messenger

Windows Live Messenger Killer

Meebo - โปรแกรมแชทบนเว็บที่รองรับ Google Talk, Yahoo Messenger, MSN Messenger, AIM, ICQ และ Jabber มีการเพิ่มห้องแชทเมื่อไม่นานมานี้

eBuddy - รองรับ MSN, Yahoo และ AIM มีบริการผ่านโทรศัพท์มือถือ

Google Talk - มีโปรแกรม Gtalk อยู่ใน Gmail ซึ่งมีฟีเจอร์ทุกอย่างของ Google Talk ที่ทำงานบน desktop และยังมีเวอร์ชั่นสำหรับใช้งานบนโฮมเพจส่วนบุคคลด้วย

Campfire - คล้ายกับ IRC แต่มีหน้าตาดีกว่า มีบริการแชร์ไฟล์ และถูกผนวกเข้ากับโปรแกรมของ 37signals ตัวอื่นๆ

เป้าหมาย: Movie Maker (และอื่นๆ)

Movie Maker Killer

Movie Maker เป็นโปรแกรมฟรี Microsoft จึงไม่สูญเสียรายได้อะไร แต่ผู้ใช้จะใช้เวลากับโปรแกรมบน desktop น้อยลงเมื่อการแก้ไขวิดีโอมีความสะดวกมากขึ้น (เราคิดว่ามันยังไม่น่าพอใจในตอนนี้) คนที่ใช้โปรแกรมบน desktop ที่น้อยลงย่อมหมายถึงแรงจูงใจที่ลดลงสำหรับนักพัฒนาโปรแกรมบน Windows

JumpCut - iMovie ในบราวเซอร์ของคุณ ช่วยให้คุณแก้ไขวิดีโอของคนอื่นได้ด้วย

MotionBox - ไม่อนุญาตให้คุณแก้ไขวิดีโอของคนอื่น แต่ก็มีฟีเจอร์ในการแก้ไขปรับแต่งที่ครบครัน

YouTube Remixer - พัฒนาโดย Adobe แต่ยังเป็นเบต้าอยู่ การใช้งานยังไม่ค่อยน่าพอใจ ถือว่าเป็นจุดเริ่มต้น

Eyespot - ไม่ได้ถูกออกแบบมาให้เป็นโปรแกรมแก้ไข แต่เอาไว้ remix และเป็น mashup maker มากกว่า มีการตกลงกับ Starwars ที่จะให้แฟนๆ เข้ามาสร้าง mashup ได้

เป้าหมาย: Windows??

Microsoft Windows Killer

เอาล่ะ ถึงแม้ว่าจะไม่มีใครเลิกใช้ระบบปฏิบัติการเลยก็ตาม แต่ระบบปฏิบัติการและ desktop ที่อยู่บนเว็บ จะทำให้ผู้คนใช้เวลากับ desktop จริงของพวกเขาน้อยลง และจะใช้เวลามากขึ้นกับการเคลื่อนย้ายไฟล์บนอินเทอร์เน็ต

DesktopOnDemand - ให้พื้นที่ 1 GB มีโปรแกรมเว็บบราวเซอร์ โปรแกรมอ่าน mail โปรแกรม word processor โปรแกรม spreadsheet โปรแกรมแชท โปรแกรมเล่นเพลงและหนัง และโปรแกรมอื่นๆ

Nivio - ให้พื้นที่ 5 GB ดูเหมือนเป็น Windows ในบราวเซอร์ของคุณ

AjaxWindows - ระบบปฏิบัติการบนเว็บที่สร้างโดย Ajax มีโปรแกรมจำนวนมาก พื้นที่ประมาณ 1 GB มีรหัสผ่านป้องกันเวลาเขียนไฟล์

EyeOS - ระบบปฏิบัติการบนเว็บที่เป็น open source ให้ทุกคนเข้าไปร่วมพัฒนาได้

และผมเชื่อว่ายังมีโปรแกรมแบบนี้อีกเป็นร้อยตัว ลองแชร์กันหน่อยสิว่าคุณเคยใช้ตัวไหนอีกบ้าง

แปลจาก Mashable

วันพฤหัสบดีที่ 14 มิถุนายน พ.ศ. 2550

FON เครือข่าย Wi-fi ที่คุณใช้งานได้ฟรีทั่วโลก

จากแนวคิดริเริ่มที่บอกว่า "เมื่อคุณอยู่ที่บ้าน คุณเป็นราชาแห่ง Wi-fi เพราะคุณมี Wireless Access Point ของคุณเอง แต่พอคุณออกนอกบ้าน คุณจะกลายเป็นเพียงขอทาน Wi-fi ที่ต้องไปขออินเทอร์เน็ตคนอื่นใช้" ทำให้เกิดแนวคิด FON ซึ่งเป็นเครือข่าย Wi-fi ทั่วโลกที่สมาชิกสามารถเข้าไปใช้งานได้ฟรี

FON Concept

ผู้ที่เป็นสมาชิก FON จะถูกเรียกว่า Fonero เขาคือคนที่มี Wireless Access Point สำหรับใช้งานอยู่ที่บ้านอยู่แล้ว แต่เขาไม่อยากใช้งานเพียงคนเดียว จึงแบ่ง bandwidth ส่วนหนึ่งให้คนอื่นสามารถเข้ามาใช้บริการได้ด้วย สิ่งที่เขาจะได้รับตอบแทนก็คือเขาก็สามารถใช้อินเทอร์เน็ตฟรีเวลาที่อยู่นอกบ้านได้เช่นกัน

FON แบ่งกลุ่มผู้ใช้งานออกเป็น 3 กลุ่ม กลุ่มแรกเรียกว่า Linus คือคนใจดีที่แบ่งอินเทอร์เน็ตของตัวเองให้คนอื่นใช้งานได้ฟรีๆ กลุ่มที่สองเรียกว่า Bill คือคนที่ใจดีเฉพาะกับ Fonero ด้วยกัน แต่จะเก็บเงินค่าใช้อินเทอร์เน็ตจากคนที่ไม่ได้อยู่ในเครือข่ายนี้ กลุ่มที่สามคือ Alien คือคนที่ไม่ใช่ Fonero แต่ต้องการขอใช้อินเทอร์เน็ตด้วย ก็สามารถซื้อ access pass จาก FON ได้ในราคาถูก และ FON ก็จะแบ่งรายได้ 50% ให้กับ Bill ที่เป็นเจ้าของ bandwidth ที่ Alien เข้าไปใช้

วิธีการที่คุณจะเข้าไปเป็น Fonero ก็ง่ายมาก เพียงแค่ซื้อ La Fonera ซึ่งเป็น Wi-fi router ในราคาเพียง $39.95 (ประมาณ 1,500 บาท) มาติดตั้งในบ้านของคุณ จากนั้นก็ลงทะเบียนเป็นสมาชิก FON เพียงแค่นี้เองครับ

ปัจจุบันนี้มีเครือข่าย FON อยู่ในทวีปยุโรปหนาแน่นมาก ถ้าคุณแบกโน้ตบุ๊กหรือพก PDA ไปเที่ยวยุโรป คุณจะหา Wi-fi ใช้งานได้ง่ายมาก ซึ่งเราสามารถค้นหาได้ว่ามี FON Spot อยู่ที่ไหนบ้างด้วยการใช้ FON Maps

สำหรับในประเทศไทยก็เริ่มมี FON Spot ให้เห็นบ้างแล้วครับ โดยในกรุงเทพมีอยู่ 4 จุดด้วยกัน อยู่ในย่านสีลม สามเสน สุขุมวิท และราชดำริ

สถานที่ในกรุงเทพที่มี FON Spot

ที่นี่แหละครับที่มี FON Spot อยู่บนชั้น 32 อาคาร ITF Silom Palace ตรงหัวมุมถนนสีลมตัดกับนราธิวาสราชนครินทร์ อยู่กึ่งกลางระหว่างรถไฟฟ้า BTS สถานีศาลาแดงและช่องนนทรี

มาดูในแง่ของธุรกิจกันบ้าง เทคโนโลยีแบบนี้จะมีทั้งผู้ได้ประโยชน์และผู้เสียประโยชน์ครับ

บางคนอาจจะสงสัยว่า FON ทำแบบนี้แล้วได้อะไร? router ก็ขายในราคาถูกมาก รายได้จากการขาย access pass ก็คงไม่ได้เยอะแยะอะไรนัก แต่ถ้าเราลองเข้าไปดูรายชื่อนักลงทุนของ FON เราจะเห็นทั้ง Skype และ Google ครับ

Skype ได้อะไรจาก FON? ให้เราลองนึกภาพว่า FON Spot ก็เหมือนเสาสัญญาณโทรศัพท์มือถือ และ Skype Phone ที่สามารถเชื่อมต่อ Wi-fi ได้ก็เหมือนกับเครื่องโทรศัพท์มือถือ เมื่อสองอย่างรวมกัน เราก็จะได้โครงข่ายโทรคมนาคมไร้สายที่เป็น Voice Over IP ที่มีค่าบริการถูกมาก และกลายเป็นคู่แข่งทางตรงกับ AIS, DTAC, True Move ลองนึกภาพจังหวัดใหญ่ๆ อย่างกรุงเทพหรือเชียงใหม่ มี FON Spot ครอบคลุมทั้งเมือง และสามารถใช้ Skype Phone โทรหา Skype Phone ด้วยกันโดยที่ไม่มีค่าใช้จ่ายใดๆ สิครับ งานนี้ AIS กับ DTAC หนาวแน่ ส่วน True Move ได้วางเครือข่าย Hot Spot ไว้พอสมควรแล้ว ก็ยังพอมีทางหนีทีไล่อยู่บ้าง

แล้ว Google จะได้ประโยชน์อะไรจากเครือข่าย FON บ้างล่ะ? สิ่งที่ Google ปรารถนาที่สุดคือการพัฒนาประสบการณ์ของผู้ใช้ให้ดีขึ้นเรื่อยๆ ถ้าคุณนั่งเล่นโน้ตบุ๊กอยู่ที่ร้านกาแฟแห่งหนึ่ง โดยต่ออินเทอร์เน็ตผ่าน FON Spot แล้วเข้า Google เพื่อ search หาร้านขายรองเท้า Google จะแสดงผลลัพธ์ของร้านขายรองเท้าที่อยู่ในพื้นที่ที่คุณเชื่อมต่อ FON Spot อยู่ ซึ่งร้านขายรองเท้าทั้งหลายได้ปักหมุดบอกตำแหน่งของร้านตัวเองใน Google Map ไว้แล้ว นอกจากนี้ ถ้าร้านรองเท้าซื้อโฆษณา Google AdWords เอาไว้ด้วย Google ก็จะแสดงโฆษณาของร้านในบริเวณนั้นก่อนโฆษณาของร้านที่อยู่ในพื้นที่อื่น

ลองมองกลับมาที่คนธรรมดาอย่างเราๆ บ้างว่าจะสร้างธุรกิจจาก FON ได้อย่างไร? FON เปิดโอกาสให้เราเป็น Bill คนที่ขาย bandwidth ให้กับ Alien แล้วได้รับส่วนแบ่งรายได้ 50% รายได้นี้อาจจะไม่มากนัก แต่ก็น่าจะเพียงพอให้คุณเอาไปจ่ายค่าอินเทอร์เน็ต ADSL ได้ หรือถ้าคุณมีบ้านอยู่ในย่านที่มี Alien พลุกพล่าน ย่านธุรกิจ หรือย่านที่มีนักท่องเที่ยวต่างชาติพักอาศัยกันเยอะๆ คุณก็สามารถสร้างรายได้เสริมขึ้นมาได้โดยที่ไม่ต้องลงทุนเปิดร้านอินเทอร์เน็ตคาเฟ่ขึ้นมา

นอกจากนี้แล้ว FON ยังเปิดโอกาสให้คุณส่งโฆษณาไปแสดงบนหน้าจอบราวเซอร์ของเครื่องที่ขอติดต่อเข้า FON Spot ของคุณได้ด้วย คุณอาจจะไปติดต่อเจ้าของร้านค้าที่อยู่ในละแวกบ้านคุณ และเสนอขายโฆษณาให้พวกเขาก็ได้ แล้วถ้าเครือข่ายของ FON ใหญ่ขึ้น ก็จะมีธุรกิจเอเจนซี่โฆษณาที่จะช่วยหาลูกค้ามาให้คุณโดยที่คุณไม่ต้องวิ่งขายโฆษณาเอง

นี่คืออีกหนึ่งเทคโนโลยีที่กำลังจะสร้างผลกระทบและความเปลี่ยนแปลงให้กับชีวิตเรา แต่เทคโนโลยีนี้จะเกิดขึ้นในไทยได้หรือไม่ และอีกนานแค่ไหนถึงจะเกิด คงต้องคอยดูกันต่อไป