วันพฤหัสบดีที่ 12 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2552

วันนี้ผมได้รับ Direct Message ทาง Twitter จากคนที่เป็น Follower คนหนึ่งของผม โดยมีข้อความดังนี้

hey! check out this funny blog about you… http://jannawalitax.blogspot.com/

พอผมลองคลิกเข้าไปดูที่บล็อกนี้ สิ่งที่ผมพบก็คือหน้าจอที่เหมือน Twitter ตอนที่ยังไม่ได้ล็อกอินเปี๊ยบ แต่ URL ของเว็บกลับเป็น http://twitter.access-logins.com/login/ ซึ่งนี่คือเทคนิคที่เรียกว่า Phishing โดยการทำเว็บเลียนแบบต้นฉบับ เพื่อหลอกให้เหยื่อล็อกอินโดยใช้รหัสผ่านของตัวเอง จากนั้นผู้ไม่ประสงค์ดีก็จะนำรหัสผ่านที่ได้ไปใช้หาประโยชน์ในด้านมืดต่ออีก

อ่านต่อได้ที่ ระวัง!!! Twitter Phishing มาแล้ว

Posted via email from macroart's posterous

Social Media Optimization (SMO) ปรับแต่งเว็บให้ถูกใจคน

แหล่งที่มาของคนเข้าเว็บ (Traffic Source) ของเว็บใดๆ มักจะถูกแบ่งออกเป็น 3 ประเภท ประเภทแรกคือคนที่เข้าเว็บผ่านทาง Search Engine ประเภทที่สองคือคนที่คลิกลิงก์มาจากเว็บอื่น (Referring Site) และประเภทสุดท้ายคือคนที่เข้าเว็บโดยตรง (Direct Traffic) ซึ่งอาจจะพิมพ์ชื่อเว็บเองหรือเข้าทางบุ๊คมาร์ค

ศาสตร์ในการเพิ่มจำนวนคนเข้าเว็บที่เป็นที่รู้จักกันดีก็คือ Search Engine Optimization (SEO) ที่เน้นการปรับแต่งหน้าเว็บให้ "คอมพิวเตอร์" อย่าง Google ถูกใจ จนยอมมอบตำแหน่งที่ดีในผลลัพธ์การค้นหาให้

ล่าสุดมีอีกศาสตร์ที่เริ่มถูกพูดถึงมากขึ้น ซึ่งชื่อของศาสตร์นี้พ้องกับชื่อ Search Engine Optimization นั่นก็คือศาสตร์ที่เรียกว่า Social Media Optimization (SMO) โดยศาสตร์นี้จะเน้นการปรับแต่งหน้าเว็บให้ "คน" ชอบ อยากมีส่วนร่วมกับเว็บ รวมถึงอยากบอกต่อเว็บนี้ให้คนอื่นรู้

อ่านต่อได้ที่ Social Media Optimization (SMO) ปรับแต่งเว็บให้ถูกใจคน

Posted via email from macroart's posterous

วันอังคารที่ 3 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2552

Software-as-a-Service ทางรอดของธุรกิจดอทคอมในปี 2552

จากแนวโน้มเศรษฐกิจโลกที่กำลังถดถอย ธุรกิจหลายแห่งจะต้องปรับตัว เราเริ่มเห็นสัญญาณกันบ้างแล้วที่บริษัทหลายแห่งเริ่มชะลอการจ้างพนักงานเพิ่ม บางแห่งไม่มีการจ้างเพิ่มเลย และบางแห่งก็ใช้วิธีย้ายพนักงานไปอยู่ในตำแหน่งที่ไม่เหมาะสม เพื่อให้พนักงานตัดสินใจลาออกด้วยตัวเอง โดยบริษัทไม่ต้องจ่ายเงินชดเชยให้

ในช่วงวิกฤตแบบนี้ ผู้บริหารส่วนใหญ่มักจะตัดสินใจรักษากระแสเงินสดในปัจจุบันไว้ให้ได้มากที่สุด อย่างที่รู้กันว่าบริษัทจะขาดทุนมากแค่ไหนก็ไม่เป็นไร ขอให้มีเงินสดมากพอที่จะจ่ายหนี้ได้ก็พอ แต่ถ้าวันไหนที่เจ้าหนี้เรียกเก็บเงินแล้วบริษัทไม่มี (ไม่หนี ไม่จ่าย) นั่นก็แปลว่าบริษัทเข้าสู่ภาวะล้มละลายหรือเจ๊งนั่นเอง จะเห็นได้ว่าตอนนี้ค่ายรถยนต์ยักษ์ใหญ่ในอเมริกากำลังรอลุ้นเงินจากรัฐบาลที่จะช่วยประคับประคองธุรกิจให้อยู่รอดต่อไปได้

Posted via email from macroart's posterous

การศึกษาแนวใหม่ในยุค Web 2.0

เมื่อวันก่อนผมไปเป็นวิทยากรบรรยายในพิธีมอบรางวัล โครงการประกวดสื่อสร้างสรรค์ Flash Animation Presentation เรื่องแนวพระราชดำริกับภาวะโลกร้อน จัดโดยสำนักงานคณะกรรมการพิเศษเพื่อประสานงานโครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริ (กปร.) โดยผมได้พูดเรื่องสื่ออินเทอร์เน็ตกับการศึกษาในยุคใหม่ จะขอนำเนื้อหามาสรุปไว้ในที่นี้ครับ

Posted via email from macroart's posterous

เรามี สคบ. สำหรับคนไอทีแล้ว เน็ตห่วย มือถือแย่ ร้องเรียนได้!

งานจิบกาแฟคนทำเว็บครั้งที่ผ่านมา มีสปอนเซอร์ของงานเพิ่มขึ้นมาอีกหนึ่งรายคือ สถาบันคุ้มครองผู้บริโภคในกิจการโทรคมนาคม หรือ สบท. ซึ่งผมรู้สึกว่าเป็นหน่วยงานของภาครัฐที่น่าประทับใจมาก เลยอยากจะนำมาเล่าสู่กันฟังครับ

คุณส้ม ปิยวรรณ สมสาร์ เจ้าหน้าที่สำนักสื่อสารสาธารณะและบริการประชาชน สบท. ได้มาเล่าให้ฟังว่า สบท. เป็นหน่วยงานที่เพิ่งจัดตั้งขึ้นมาได้เพียงปีกว่าๆ โดยเป็นหน่วยงานที่อยู่ภายใต้สำนักงานคณะกรรมการกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติหรือ กทช. ภารกิจหลักของ สบท. ก็คือการรับเรื่องร้องเรียนจากผู้บริโภคที่ใช้โทรศัพท์พื้นฐาน โทรศัพท์มือถือ และอินเทอร์เน็ต ว่าไม่ได้รับความเป็นธรรมอะไรบ้าง จากนั้น สบท. ก็จะประสานไปยังผู้ให้บริการที่ถูกร้องเรียน โดยจะเป็นตัวกลางในการเจรจาให้ผู้ให้บริการแก้ไขปัญหาของผู้บริโภคทันที

อธิบายแบบเข้าใจง่ายๆ สบท. ก็เหมือน สคบ. แต่เอาไว้ร้องเรียนเรื่องโทรศัพท์กับอินเทอร์เน็ตนั่นเองครับ

อ่านต่อได้ที่ เรามี สคบ. สำหรับคนไอทีแล้ว เน็ตห่วย มือถือแย่ ร้องเรียนได้!

Posted via email from macroart's posterous

สารพัดเว็บเด็ดจากงาน MashCamp Bangkok

จบไปแล้วอย่างสนุกสนานและมีสาระกับงาน MashCamp Bangkok งานสำหรับผู้ที่สนใจ Mashup และ API งานนี้ได้รู้จักกับเว็บไซต์ไอเดียดีหลายเว็บเลยครับ

ในช่วงเช้าของงาน ผมเริ่มนำเสนอหัวข้อ  12 Cool Google Maps Mashups โดยพูดถึง 12 เว็บไซต์ที่นำ Google Maps มาใช้ได้อย่างน่าสนใจ


Posted via email from macroart's posterous

วันศุกร์ที่ 20 กรกฎาคม พ.ศ. 2550

Bugham อยากรู้อะไร...ถามบักหำ

มีโอกาสได้เจอโปรแกรมเด็ดๆ ฝีมือคนไทยที่ใช้แล้วต้องพูดว่า "คิดได้ไงเนี่ย" โปรแกรมตัวนี้มีชื่อว่า "บักหำ"

โปรแกรมนี้ไม่ต้องดาวน์โหลดมาติดตั้งบนคอมพิวเตอร์ ไม่ใช่โปรแกรมบนเว็บที่ต้องเปิดเว็บถึงจะใช้งานได้ แต่เป็นโปรแกรมที่ใช้งานผ่าน Windows Live Messenger โดยไม่ต้องติดตั้งปลั๊กอินอะไรทั้งสิ้น เพียงแค่ add contact เข้าไปเท่านั้นก็พอ contact ที่สามารถเลือก add ได้ก็มีดังนี้ครับ

เมื่อ add เรียบร้อยแล้ว คุณก็สามารถใช้บริการได้เลย หน้าที่หลักของโปรแกรมนี้คือการเป็นดิกชันนารีที่แปลได้ทั้ง ไทย-อังกฤษ อังกฤษ-ไทย และอังกฤษ-อังกฤษ เพียงแค่พิมพ์คำที่คุณต้องการทราบความหมายลงไป โปรแกรมก็จะตอบกลับมาทันที เช่น

ตัวอย่างการใช้งานดิกชันนารีตัวอย่างการใช้งานดอกชันนารี

นอกจากนี้ยังสามารถดูดวงชะตารายวันได้

ตัวอย่างการใช้งานโปรแกรมดูดวง

และเล่นทายปัญหาอะไรเอ่ยได้

ตัวอย่างการใช้เล่นเกมทายปัญหาอะไรเอ่ย

ผมเชื่อว่าในอนาคตคงมีบริการสนุกๆ ออกมาให้ใช้อีกเพียบแน่นอน

หันมามองในด้านธุรกิจบ้าง โปรแกรมแบบนี้สามารถสร้างรายได้จากการขายโฆษณาได้ไม่ยากเลยครับ ถ้ามีใครส่งข้อความมาถาม โปรแกรมก็จะตอบกลับไปพร้อมกับข้อความโฆษณา เช่น ถ้าส่งมาว่า "soda" ก็จะส่งคำแปลกลับไป พร้อมกับโฆษณาว่า "เป๊บซี่ดีที่สุด" เป็นต้น ดูแล้วคล้ายๆ Google AdWords เลยนะครับ

แต่ผมมองว่าโปรแกรมนี้ทำได้มากกว่า Google AdWords เสียอีก ถ้าโปรแกรมสามารถเก็บข้อมูลส่วนตัวของผู้ใช้ได้ เช่น เพศ อายุ โปรแกรมก็จะเลือกส่งโฆษณาที่ตรงกลุ่มเป้าหมายได้มากยิ่งขึ้น เช่น ถ้าผู้ใช้เป็นผู้หญิงอายุ 25 ปี เมื่อใช้โปรแกรมตัวนี้ โปรแกรมจะส่งโฆษณาไปว่า "เลือกซื้อเครื่องสำอางค์หลากหลายยี่ห้อได้ที่เว็บ..."

การจูงใจให้คนแจ้งเพศและอายุของตัวเองอาจจะเป็นเรื่องยาก แต่มันจะไม่ยากเลยถ้ามี benefit บางอย่างให้ เช่น บันทึกวันเกิดของคุณไว้ในระบบของเรา เพื่อที่คุณจะได้ดูดวงชะตาแบบเจาะจงรายบุคคลได้ฟรี

โปรแกรมตัวนี้ยังอยู่ในช่วงเริ่มต้นสร้างฐานผู้ใช้ อีกหน่อยคงเป็นที่นิยมกันมากขึ้น และอาจจะมีคู่แข่งเพิ่มมากขึ้นด้วย ความสามารถในการแข่งขันจึงอยู่ที่ใครมี content ที่ผู้ใช้ถูกใจมากกว่ากัน ใครสามารถรวบรวม content partner ไว้ได้เยอะและแบ่งผลประโยชน์ได้ลงตัวมากกว่ากัน